Friday, November 17, 2023

การสร้างคำถาม

ความสำคัญ "การสร้างข้อคำถาม"

ตัวอย่างข้อคำถาม ที่จะช่วยให้นักศึกษาได้แนวทางมากขึ้น

 

1.         การสร้างคำถามในการสัมภาษณ์ที่จะช่วยให้นักศึกษาตอบอย่างครบถ้วนและแสดงความคิดเห็นของพวกเขาได้อย่างชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือแนวทางในการวิเคราะห์และสร้างคำถามในการสัมภาษณ์:

 

2.         คำถามเปิด: ใช้คำถามเปิดเพื่อเริ่มการสัมภาษณ์ด้วยคำถามที่เปิดโอกาสให้ผู้พูดมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและเริ่มต้นการสนทนา. เช่น "สาเหตุที่ท่านเลือกสมัครเรียนในคณะนี้คืออะไรครับ/ค่ะ?"

 

3.         คำถามประเมิน: ใช้คำถามที่ช่วยให้นักศึกษาประเมินความเหมาะสมของตัวเองกับคณะหรือมหาวิทยาลัยนั้นๆ เช่น "ท่านรู้สึกว่าท่านเหมาะสมที่จะเรียนในคณะนี้อย่างไรครับ/ค่ะ?"

 

4.         คำถามเกี่ยวกับคุณสมบัติและทักษะ: ถามเกี่ยวกับคุณสมบัติและทักษะที่นักศึกษามีเพื่อเรียนในคณะนั้น เช่น "สิ่งที่ท่านคิดว่าคุณมีข้อดีและจุดเด่นอะไรที่ทำให้เหมาะสมในการเรียนที่นี่ครับ/ค่ะ?"

 

5.         คำถามเพิ่มเติม: ใช้คำถามเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคิดและประสบการณ์ของนักศึกษา เช่น "สามารถบอกเราเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ท่านมีในคณะนี้ได้ไหมครับ/ค่ะ?"

 

6.         คำถามสรุป: ใช้คำถามสรุปเพื่อทำความสรุปหรือสร้างภาพรวมในการสิ้นสุดการสัมภาษณ์ เช่น "ในสรุปคำตอบของท่าน เหตุผลหลักที่ท่านเลือกเรียนที่นี่คืออะไรครับ/ค่ะ?"

 

การสัมภาษณ์ในกิจกรรมนี้นำเสนอความสำคัญของการตั้งคำถามและการตั้งใจฟังในกระบวนการการสื่อสาร ทักษะเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะเสริมสร้างการเข้าใจทั้งฝั่งผู้พูดและผู้ฟัง นี่คือสรุปสำคัญของทักษะเหล่านี้:

 

1.         การตั้งคำถาม: การสร้างคำถามที่เหมาะสมและน่าสนใจเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างการสนทนาที่มีคุณค่า คำถามที่ดีสามารถเปิดโอกาสให้ผู้พูดมีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและสิ่งที่สำคัญต่อเขาหรือเขาได้เรียนรู้ นอกจากนี้ การตั้งคำถามยังช่วยเพิ่มความเข้าใจของผู้ฟังและสร้างโอกาสให้พูดเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญกับเขาหรือเขา.

2.         การตั้งใจฟัง: การตั้งใจฟังหมายถึงการให้ความสนใจและรับฟังอย่างจริงจังต่อผู้พูด การให้ความสนใจนี้ช่วยให้เราเข้าใจข้อคิดและรายละเอียดที่ผู้พูดกำลังแสดงอย่างชัดเจน การตั้งใจฟังยังสร้างความรับผิดชอบในการเข้าใจความหมายที่ถูกส่งผ่านมา.

3.         การเรียนรู้จากการฟัง: การฟังอย่างรอบคอบและตั้งใจจะช่วยให้เราเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้พูด มันเป็นทักษะที่เราสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงตัวเองและเพิ่มความรู้เรื่องเรื่องที่เรากำลังฟัง.

4.         การสร้างคำถาม: การสร้างคำถามเป็นทักษะที่สำคัญในการเรียนรู้และเข้าใจเรื่องใดๆ อย่างลึกซึ้ง การฝึกตัวเองในการสร้างคำถามจะช่วยให้เราค้นพบข้อมูลในลึกลึกและเสริมสร้างความเข้าใจของเรื่องที่สนใจ.   


ดังนั้น การตั้งคำถามและการตั้งใจฟังไม่เพียงแต่เป็นทักษะที่สำคัญในการสัมภาษณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นทักษะที่เราควรสร้างและพัฒนาเพื่อการเรียนรู้และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในชีวิตประจำวันของเราด้วยค่ะ.

กิจกรรมสัมภาษณ์

 กิจกรรมสัมภาษณ์

ส่วนที่ 1: การสัมภาษณ์

ในส่วนแรกนี้ เราจะสัมภาษณ์กันโดยสลับกัน ให้แต่ละคนมีเวลาสัมภาษณ์ข้างละ 10 นาที

โดยมีคำถามต่อไปนี้:

  • แนะนำตัวเอง
  • ทำไมคุณถึงสมัครเรียนในคณะนี้?
  • ทำไมคุณถึงเลือกมาเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้?
  • ทำไมคุณรู้สึกว่าคณะนี้เหมาะสมกับคุณ?
  • บอกเราเกี่ยวกับข้อดีและจุดเด่นของคุณ
  • คำถามเพิ่มเติมเพื่อวัดทัศนคติ
  • คำถามเพิ่มเติมเพื่อวัดความรู้ความสามารถ
  • มีคำถามเพิ่มเติมที่คุณต้องการถามผู้สัมภาษณ์หรือไม่?

ส่วนที่ 2: สรุปสิ่งที่ได้จากการสัมภาษณ์ และส่งใน Google Classroom

ส่วนที่ 2: สรุปและส่งใน Google Classroom

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จสิ้น ให้แต่ละคนสรุปข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ของเพื่อนๆ โดยเน้นบอกถึงความเหมาะสมของเพื่อนร่วมชั้นในคณะและมหาวิทยาลัย จากนั้นให้ส่งข้อมูลสรุปนี้ใน Google Classroom เพื่อแบ่งปันความรู้และความเข้าใจกับกลุ่มเพื่อนๆ

 

กิจกรรมนี้จะช่วยให้เราได้รู้จักกับเพื่อนร่วมชั้นมากขึ้น และเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุผลที่พวกเขาเลือกมาเรียนในคณะนี้ ทำให้เรามีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมชั้นและเสริมแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพิ่มเติมในคณะของเราด้วยค่ะ.

ในกิจกรรมนี้เราจะมีโอกาสสัมภาษณ์กับเพื่อนๆ นักศึกษาที่เข้ารับการสมัครเรียนในคณะที่เราเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยของเราเอง กิจกรรมนี้จะช่วยให้เราได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเพื่อนร่วมชั้นของเราและความเหมาะสมของเขากับคณะของเรามากขึ้น ต่อไปนี้คือรายละเอียดของกิจกรรม:


Thursday, October 5, 2023

ปัญหาการสื่อสาร


อุปสรรคของการสื่อสาร
กิจกรรมประจำบทที่ 1 หัวข้อ: การหาปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารของครู

วัตถุประสงค์:

  • เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารของครู
  • เพื่อให้นักศึกษาพัฒนาทักษะในการวิเคราะห์และสื่อสารข้อมูล
  • เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับปัญหาทางการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม:

  1. ให้นักศึกษาแบ่งตัวเองออกเป็นกลุ่ม 2-3 คน

  2. ให้นักศึกษาเลือกปัญหาหรืออุปสรรคในการสื่อสารของครูจากรายการข้อความดังนี้:

    • ข่าวสารหรือเหตุการณ์จากสื่อมวลชน (ไม่รวมข้อความในการสอนในบทเรียน)
    • วีดีโอคลิปจากอินเทอร์เน็ต (ไม่รวมวีดีโอการสอนในบทเรียน)
    • หนังหรือภาพยนตร์สั้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสาร
  3. นักศึกษาควรเลือกปัญหาหรืออุปสรรคที่ไม่ซ้ำกันกับกลุ่มอื่น ๆ

  4. นักศึกษาควรรวบรวมข้อมูลและข้อความเกี่ยวกับปัญหาหรืออุปสรรคที่เลือก โดยรวมแหล่งที่มาด้วย

  5. ให้นักศึกษาจัดทำนำเสนอ PPT ที่สะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารของครู โดยคำนึงถึงเกณฑ์ต่อไปนี้:

    • เนื้อหาถูกต้องและเหมาะสม
    • รูปแบบ PPT สวยงามและเนื้อหาตรงตามเนิ้อหา
    • การนำเสนอและการพูดต่อไปนั้นถูกต้องและชัดเจน
    • การใช้เวลาตามกำหนด
    • ความสร้างสรรค์ในการนำเสนอ
  6. ทุกกลุ่มควรนำข้อมูลและข้อความที่เลือกมาสรุปในรูปแบบ PPT

  7. ในการนำเสนอในห้องเรียน แต่ละกลุ่มควรใช้เวลา 7-10 นาทีในการนำเสนอปัญหาและอุปสรรคของการสื่อสาร ได้กำหนดคะแนนให้กับการนำเสนอของแต่ละกลุ่มโดยคำนึงถึงเกณฑ์ต่าง ๆ ที่วางไว้ข้างต้นโดยให้คะแนน 20 คะแนน

หัวข้อที่น่าสนใจสำหรับ PPT:

  • แนวคิดหรือเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรค
  • แสดงตัวอย่างจริงเช่นข่าว, วีดีโอ, หรือสื่ออื่น ๆ
  • การวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค
  • แสดงผลกระทบของปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสาร
  • วิธีแนะนำในการแก้ปัญหาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร
  • หัวข้อเพิ่มที่จะนำไปทำกิจกรรม ให้นักศึกษาเลือกมากลุ่ม ละ 1 หัวข้อ
  • หัวข้อปัญหาและอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละหัวข้อ:

    1. อุปสรรคด้านกลไก (Mechanical Noise): ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสื่อสารผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่นการมีเสียงคลื่นรบกวนหรือสัญญาณที่ไม่ชัดเจนในการสื่อสาร

    2. อุปสรรคด้านทางภาษา (Semantic Noise): ปัญหาที่เกิดจากการใช้ภาษาสื่อสารที่ซับซ้อนหรือไม่ชัดเจนมากเกินไป เช่นการใช้คำศัพท์ที่ซับซ้อนหรือไม่ค่อยเข้าใจกัน

    3. ภูมิหลังที่แตกต่างของผู้สื่อสาร (Divergent backgrounds of the participants): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในภูมิหลังหรือวัฒนธรรมของผู้สื่อสารที่อาจทำให้เข้าใจกันยาก

    4. ความแตกต่างกันทางด้านการศึกษา (Differences in education): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในระดับการศึกษาหรือความรู้ที่อาจทำให้สื่อสารกันได้ยากขึ้น

    5. ความสนใจในข่าวสารที่แตกต่างกัน (Differences in interest in message): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในความสนใจและความรอบรู้ในข่าวสารหรือข้อมูลที่ต่างกัน

    6. ความแตกต่างของระดับสมอง (Differences in IQ): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในระดับสมองหรือความสามารถในการรับรู้ของบุคคลที่สื่อสารกัน

    7. ความแตกต่างของระดับภาษาและการใช้ภาษา (Differences in language): ปัญหาที่เกิดจากการใช้ภาษาที่แตกต่างกันหรือไม่ชัดเจนในการสื่อสาร

    8. การขาดความเชื่อถือร่วมกันของผู้สื่อสาร (Lack of mutual trust or confidence): ปัญหาที่เกิดจากขาดความเชื่อถือหรือความมั่นใจในกันและกันระหว่างผู้สื่อสาร

    9. ความแตกต่างในวัยเพศเผ่าพันธุ์ชนชั้น (Differences in age, sex, race and class): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในวัย, เพศ, เผ่าพันธุ์, หรือชนชั้นของผู้สื่อสาร

    10. ความเครียดทางด้านร่างกายและจิตใจในขณะที่สื่อสาร (Mental and physical stress at time of communication): ปัญหาที่เกิดจากความเครียดทางด้านร่างกายหรือจิตใจขณะที่สื่อสารกัน

    11. สภาพแวดล้อมในช่วงเวลาที่สื่อสาร (Environmental conditions at time of communication): ปัญหาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสื่อสาร เช่นมีเสียงรบกวน

    12. การขาดประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน (Lack of similar experiences): ปัญหาที่เกิดจากขาดโอกาสในการมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งอาจทำให้สื่อสารกันยากขึ้น

    13. การขาดโอกาสที่จะตอบโต้ซักถาม (Lack of opportunity for questioning): ปัญหาที่เกิดจากขาดโอกาสในการถามและตอบกันเพื่อความชัดเจน

    14. ผู้ส่งสารขาดทักษะในการสื่อสาร (Sender lacks communication skills): ปัญหาที่เกิดจากความไม่คล่องแคล่วในการสื่อสารของผู้ส่งสาร

    15. รับสารขาดทักษะในการรับสาร (Receiver lacks communication skills): ปัญหาที่เกิดจากความไม่คล่องแคล่วในการรับสารของผู้รับสาร

    16. สารที่ปราศจากสาระ (Lack of substance in the message): ปัญหาที่เกิดจากสารหรือข้อมูลที่ส่งไปไม่มีความสำคัญหรือเนื้อหาที่ไม่มีค่าในการสื่อสาร

    หวังว่ารายการนี้จะช่วยให้นักศึกษามีข้อมูลเพิ่มเติมในการวางแผนและสร้างกิจกรรมการเรียนการสอน


Thursday, September 14, 2023

กิจกรรมการพูดในโอกาสต่างๆ


 รายละเอียดเพิ่มเติม สำหรับกิจกรรมที่ผู้เรียนต้องรู้ก่อนที่จะทำการพูด คือการเตรียมตัวในการเขียนบทพูดให้เข้าหรือตรงกับเนื้อเรื่องที่จะพูด การพูดแต่ละหัวข้อจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญของหัวข้อที่เราจะพูดด้วย ดังนี้

























 กิจกรรม และเกณฑ์การให้คะแนน