Thursday, October 5, 2023

ปัญหาการสื่อสาร


อุปสรรคของการสื่อสาร
กิจกรรมประจำบทที่ 1 หัวข้อ: การหาปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารของครู

วัตถุประสงค์:

  • เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารของครู
  • เพื่อให้นักศึกษาพัฒนาทักษะในการวิเคราะห์และสื่อสารข้อมูล
  • เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับปัญหาทางการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม:

  1. ให้นักศึกษาแบ่งตัวเองออกเป็นกลุ่ม 2-3 คน

  2. ให้นักศึกษาเลือกปัญหาหรืออุปสรรคในการสื่อสารของครูจากรายการข้อความดังนี้:

    • ข่าวสารหรือเหตุการณ์จากสื่อมวลชน (ไม่รวมข้อความในการสอนในบทเรียน)
    • วีดีโอคลิปจากอินเทอร์เน็ต (ไม่รวมวีดีโอการสอนในบทเรียน)
    • หนังหรือภาพยนตร์สั้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการสื่อสาร
  3. นักศึกษาควรเลือกปัญหาหรืออุปสรรคที่ไม่ซ้ำกันกับกลุ่มอื่น ๆ

  4. นักศึกษาควรรวบรวมข้อมูลและข้อความเกี่ยวกับปัญหาหรืออุปสรรคที่เลือก โดยรวมแหล่งที่มาด้วย

  5. ให้นักศึกษาจัดทำนำเสนอ PPT ที่สะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสารของครู โดยคำนึงถึงเกณฑ์ต่อไปนี้:

    • เนื้อหาถูกต้องและเหมาะสม
    • รูปแบบ PPT สวยงามและเนื้อหาตรงตามเนิ้อหา
    • การนำเสนอและการพูดต่อไปนั้นถูกต้องและชัดเจน
    • การใช้เวลาตามกำหนด
    • ความสร้างสรรค์ในการนำเสนอ
  6. ทุกกลุ่มควรนำข้อมูลและข้อความที่เลือกมาสรุปในรูปแบบ PPT

  7. ในการนำเสนอในห้องเรียน แต่ละกลุ่มควรใช้เวลา 7-10 นาทีในการนำเสนอปัญหาและอุปสรรคของการสื่อสาร ได้กำหนดคะแนนให้กับการนำเสนอของแต่ละกลุ่มโดยคำนึงถึงเกณฑ์ต่าง ๆ ที่วางไว้ข้างต้นโดยให้คะแนน 20 คะแนน

หัวข้อที่น่าสนใจสำหรับ PPT:

  • แนวคิดหรือเรื่องราวเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรค
  • แสดงตัวอย่างจริงเช่นข่าว, วีดีโอ, หรือสื่ออื่น ๆ
  • การวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค
  • แสดงผลกระทบของปัญหาและอุปสรรคในการสื่อสาร
  • วิธีแนะนำในการแก้ปัญหาหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร
  • หัวข้อเพิ่มที่จะนำไปทำกิจกรรม ให้นักศึกษาเลือกมากลุ่ม ละ 1 หัวข้อ
  • หัวข้อปัญหาและอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละหัวข้อ:

    1. อุปสรรคด้านกลไก (Mechanical Noise): ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสื่อสารผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่นการมีเสียงคลื่นรบกวนหรือสัญญาณที่ไม่ชัดเจนในการสื่อสาร

    2. อุปสรรคด้านทางภาษา (Semantic Noise): ปัญหาที่เกิดจากการใช้ภาษาสื่อสารที่ซับซ้อนหรือไม่ชัดเจนมากเกินไป เช่นการใช้คำศัพท์ที่ซับซ้อนหรือไม่ค่อยเข้าใจกัน

    3. ภูมิหลังที่แตกต่างของผู้สื่อสาร (Divergent backgrounds of the participants): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในภูมิหลังหรือวัฒนธรรมของผู้สื่อสารที่อาจทำให้เข้าใจกันยาก

    4. ความแตกต่างกันทางด้านการศึกษา (Differences in education): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในระดับการศึกษาหรือความรู้ที่อาจทำให้สื่อสารกันได้ยากขึ้น

    5. ความสนใจในข่าวสารที่แตกต่างกัน (Differences in interest in message): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในความสนใจและความรอบรู้ในข่าวสารหรือข้อมูลที่ต่างกัน

    6. ความแตกต่างของระดับสมอง (Differences in IQ): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในระดับสมองหรือความสามารถในการรับรู้ของบุคคลที่สื่อสารกัน

    7. ความแตกต่างของระดับภาษาและการใช้ภาษา (Differences in language): ปัญหาที่เกิดจากการใช้ภาษาที่แตกต่างกันหรือไม่ชัดเจนในการสื่อสาร

    8. การขาดความเชื่อถือร่วมกันของผู้สื่อสาร (Lack of mutual trust or confidence): ปัญหาที่เกิดจากขาดความเชื่อถือหรือความมั่นใจในกันและกันระหว่างผู้สื่อสาร

    9. ความแตกต่างในวัยเพศเผ่าพันธุ์ชนชั้น (Differences in age, sex, race and class): ปัญหาที่เกิดจากความแตกต่างในวัย, เพศ, เผ่าพันธุ์, หรือชนชั้นของผู้สื่อสาร

    10. ความเครียดทางด้านร่างกายและจิตใจในขณะที่สื่อสาร (Mental and physical stress at time of communication): ปัญหาที่เกิดจากความเครียดทางด้านร่างกายหรือจิตใจขณะที่สื่อสารกัน

    11. สภาพแวดล้อมในช่วงเวลาที่สื่อสาร (Environmental conditions at time of communication): ปัญหาที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการสื่อสาร เช่นมีเสียงรบกวน

    12. การขาดประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน (Lack of similar experiences): ปัญหาที่เกิดจากขาดโอกาสในการมีประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งอาจทำให้สื่อสารกันยากขึ้น

    13. การขาดโอกาสที่จะตอบโต้ซักถาม (Lack of opportunity for questioning): ปัญหาที่เกิดจากขาดโอกาสในการถามและตอบกันเพื่อความชัดเจน

    14. ผู้ส่งสารขาดทักษะในการสื่อสาร (Sender lacks communication skills): ปัญหาที่เกิดจากความไม่คล่องแคล่วในการสื่อสารของผู้ส่งสาร

    15. รับสารขาดทักษะในการรับสาร (Receiver lacks communication skills): ปัญหาที่เกิดจากความไม่คล่องแคล่วในการรับสารของผู้รับสาร

    16. สารที่ปราศจากสาระ (Lack of substance in the message): ปัญหาที่เกิดจากสารหรือข้อมูลที่ส่งไปไม่มีความสำคัญหรือเนื้อหาที่ไม่มีค่าในการสื่อสาร

    หวังว่ารายการนี้จะช่วยให้นักศึกษามีข้อมูลเพิ่มเติมในการวางแผนและสร้างกิจกรรมการเรียนการสอน


Thursday, September 14, 2023

กิจกรรมการพูดในโอกาสต่างๆ


 รายละเอียดเพิ่มเติม สำหรับกิจกรรมที่ผู้เรียนต้องรู้ก่อนที่จะทำการพูด คือการเตรียมตัวในการเขียนบทพูดให้เข้าหรือตรงกับเนื้อเรื่องที่จะพูด การพูดแต่ละหัวข้อจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบสำคัญของหัวข้อที่เราจะพูดด้วย ดังนี้

























 กิจกรรม และเกณฑ์การให้คะแนน



Wednesday, August 30, 2023

กิจกรรมวิเคราะห์การอ่าน



ทำแล้วหน้าตาคล้ายเช่นนี้ และต้องมีกลุ่มที่จะนำเสนอ









 

Friday, July 28, 2023

การฟัง-แบบลึกซึ้ง



ระดับของการฟังที่เราควรรรู้
ให้ตอบคำถามว่า การฟังแต่ละข้อ ตรงกับระดับใด



                 
 จากระดับของการฟัง ให้สะท้อนตัวอย่างของการฟัง ที่เราเคยเจอมาในชีวิตจริง ว่า
มีผู้ใด หรือเหตุการณ์ใด ตรงกับพฤติกรรมการฟังในตัวอย่าง ให้เขียนอธิบายพร้อมตัวอย่างมา
คนละ  2 ชนิด ก่อนมาแสดงเป็นบทบาทสมมุติในห้องเรียน (ทำใส่ตั๋วเข้าห้องเรียน)


จากการให้ฟังการฟังใน podcast ที่เกี่ยวกับ "ทักษะการฟังที่ต้องเปลี่ยนไปในวันที่โลกไม่กลับเหมือนเดิม" ให้ตอบคำถามตามหัวข้อนี้ (ทำใส่ตั๋วออกห้องเรียน)



สรุปเรื่องการฟัง




 



Wednesday, July 26, 2023

การพูดแบบ storytelling

   รวมตัวอย่าง การนำเสนอแบบstorytelling


https://talkatalka.com/blog/5-example-brand-storytelling/



กิจกรรมและการให้คะแนน ให้นักศึกษา ไปศึกษาวีดีโอ หรือคลิป โฆษณา ที่เป็นลักษณะ ของการใช้การนำเสนอแบบ storytelling 

โดยให้วิเคราะห์ และทำงานกลุ่ม มีเกณฑ์ในการคะแนน


1 ตัวละคร

2 โครงเรื่อง

3 จุดหักเหของเรื่อง

4 แนวคิดของเรื่อง

5 ฉาก

6  การสะท้อยคิดจากการวิเคราะห์วีดีโอคลิป ว่าผู้ผลิดมีมุมสะท้อนหรือ link กับการนำเสนอเรื่องราวด้วย

วิธี storytelling  จุดเด่นของวีดีโอ คืออะไร 



  storytelling เป็นวิธีการที่น่าสนุกและมีประสิทธิภาพให้ผู้เรียนให้พัฒนาทักษะการพูดอย่างมีเสน่ห์และน่าสนใจ 

นี่คือขั้นตอนการสอนการพูดแบบ storytelling ที่สามารถนำไปใช้ได้ในห้องเรียน:

  • เลือกเรื่องที่น่าสนใจ: เลือกเรื่องที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับความรู้หรือประสบการณ์ของผู้เรียน เรื่องราวที่น่าสนใจจะช่วยให้เรามีความกระตือรือร้นในการฟังและพูด
    • สร้างเรื่องราว: เรื่องราวตามเรื่องที่เลือก สามารถใช้การนำเสนอด้วยคำพูดหรือใช้ภาพเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ฟัง
  • ฝึกการพูด: ให้ฝึกการพูดเรื่องราวที่สร้างขึ้น ครูสามารถให้คำแนะนำและตัวอย่างในการใช้เสียงและคำพูดให้ผู้เรียนนำไปใช้ในการพูดต่อไป
  • ประกอบเนื้อหาด้วยภาพ: การใช้ภาพเพื่อประกอบเนื้อหาที่นักเรียนพูดจะช่วยให้เรื่องราวดูน่าสนใจและตอบสนองต่อความจำของผู้เรียนได้ดีขึ้น
  • ส่งเสริมการสนทนา: มีโอกาสสนทนากับเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องราวที่พูดเสร็จ การสนทนานี้จะช่วยให้ผู้เรียนฝึกการพูดอย่างราบรื่นและสะดวก
  • ให้คำติชมและติชม: ครูสามารถให้คำติชมที่เป็นบวกและติชมในด้านที่สำคัญ และให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงการพูดให้ดียิ่งขึ้น

       การฝึกการพูดแบบ storytelling เป็นวิธีที่น่าสนุกและเพลิดเพลินที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการพูดได้ดียิ่งขึ้น 

27 กค 2566

          กิจกรรมในห้องเรียน :  ให้ฟัง podcast ในเวลา 30 นาที และสรุปเรื่องที่ฟังมา ว่าฟังเรื่องอะไร จากpodcast อะไร และ ให้ตอบคำถาม ตามแนว  5W 1H (ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไร และทำไม)เมื่อทำเสร็จแล้วให้สรุปส่งใน google classroom, โดยให้ใส่link podcast ที่ฟังมาด้วย (เป็นงานเดียวส่งทุกคน) 


การให้คะแนน การทำpodcast (งานกลุ่ม)

          ในการให้คะแนนใน podcast ที่เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องการใช้ภาษา เช่นเรื่องเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ควรทำการแบ่งคะแนนอย่างเหมาะสมเพื่อความถูกต้องและครอบคลุมเนื้อหาที่นำเสนอ โดยอาจแบ่งคะแนนเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้:

  • เนื้อหา (6 คะแนน)
    • ความชัดเจนและครบถ้วนของเนื้อหาที่นำเสนอใน podcast
    • ความเกี่ยวข้องและสอดคล้องกับหัวข้อที่กำหนด
  • ระบบเสียงและภาษา (5 คะแนน)
    • คุณภาพเสียงและการบันทึกที่ชัดเจนและไม่มีเสียงรบกวน
    • การใช้ภาษาในการเล่าเรื่องอย่างถูกต้องและราบรื่น
  • ความทันสมัยและนำเสนอเนื้อหา (5 คะแนน)
    • การนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจและเป็นปัจจุบัน
    • วิธีการนำเสนอที่น่าสนุกและมีความคล้ายกับรายการ podcast ที่มีในปัจจุบัน
    • เวลาในการพูด ไม่เกินเวลาที่กำหนด 2 คะแนน
    • การออกแบบปกหน้าสวยงาม  2 คะแนน

เมื่อมีระบบการให้คะแนนเพื่อแบ่งความสำคัญของทุกองค์ประกอบใน podcast นี้ สามารถนำคะแนนมารวมกันเพื่อให้ได้คะแนนรวมในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับภาษาและเทคโนโลยีในปัจจุบัน โดยคะแนนรวมอาจคือ 20 คะแนนหรือมากกว่านั้น ซึ่งคะแนนที่ได้จะเป็นที่แสดงความสำเร็จในการนำเสนอ podcast 


หัวข้อใหม่เพื่อเติมเต็มเนื้อหาใน app "podcast" ดังนี้

  • "ภาษาในยุคเทคโนโลยี: เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในการสื่อสาร"
  • หัวข้อนี้นำเสนอการสำรวจความสำคัญของภาษาในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าเติบโตอย่างรวดเร็ว และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับการสื่อสารระหว่างมนุษย์ นอกจากนี้ยังเน้นการสร้างเสริมสร้างทักษะในการใช้ภาษาในยุคปัจจุบัน
  • "การสื่อสารในปัจจุปัน: ความสำคัญและความท้าทาย"
  • หัวข้อนี้มุ่งเน้นการพูดถึงการสื่อสารในปัจจุบันที่มีบทบาทสำคัญในทุกด้านของชีวิต นักเรียนจะได้เรียนรู้ถึงการใช้ภาษาในชีวิตประจำวันและการใช้สื่อสารในองค์กร สังคม และโลกออนไลน์
  • "เราเป็นพลเมืองที่ดีในยุคที่เปลี่ยนแปลง"
  • หัวข้อนี้สร้างความรู้สึกเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของเราในฐานะพลเมืองที่ดีในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเน้นถึงการสร้างสรรค์และสร้างความสุขในการเปลี่ยนแปลง
  • "ภาษาและการสื่อสาร: มองโลกในแง่ดีอย่างไร้ขีดจำกัด"
  • หัวข้อนี้ให้ความสำคัญในการมองโลกในแง่ดีและให้ความเห็นที่ควรเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ถึงการเกิดเปลี่ยนแปลงในภาษาและวัฒนธรรมในทุกๆ ด้าน
  • "เล่าเรื่องของคนดังระดับโลก"
  • หัวข้อนี้เน้นการสร้างเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวของคนดังระดับโลกที่มีความสำคัญในวงการต่างๆ และการมีส่วนแบ่งในสังคม
  • "ประสบการณ์ดีๆ ในชีวิต"
  • หัวข้อนี้เน้นการแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ในชีวิตของนักศึกษาเองหรือผู้อื่นที่มีความหมายและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟัง

ชมวีดีโอ

Storytelling เป็นวีดีโอ อธิบายเกี่ยวกับการพูด  storytelling ได้อย่างดี

https://youtu.be/M9uCZltNRQY


อธิบายเกี่ยวกับ storytelling 

https://www.egat.co.th/egattoday/index.php?option=com_k2&view=item&id=15035:20211106-egatsp