Tuesday, June 12, 2012

การบ้าน


ชิ้นงานที่  3
เรื่องคำนาม

                                  
                                                   จาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับบวันที่ 12 มิถุนายน 2555

                  ให้หาข้อความ ข่าว เอกสาร ที่มี   คำนาม  ในเนื้อเอกสารนั้นๆ
โดยอย่าลืม ใส่ที่มาของเอกสารและสิ่งพิมพ์นั้นด้วย ดังตัวอย่างข้างบน

 วิธีทำงาน

1. ทำในกระดาษเอ 4 ใช้การพิมพ์
2. เลือกคำที่เป็นคำนาม ทั้ง 5 ชนิด มาพิมพ์ ใส่ในกระดาษเอ4 ที่เตรียมไว้
    โดยให้มีครบทั้ง 5 ชนิด (ชนิดละ 2 คำ)  ทำทั้งหมด 10 คำ
3. ให้ขีดเส้นใต้   หรือไฮไลน์ คำ หรือข้อความที่เลือกมา
4. ถ้าข้อความ หรือข่าวในเอกสารที่หามาไม่มีคำนาม  ครบทั้ง 5 ประเภท นักเรียน สามารถหาเพิ่ม ได้มาก 1 ข่าว หรือ1 บทความ
5. ให้ติดข้อความที่หามาในกระดาษให้เรียบร้อยด้วย
6. ส่งวันพฤหัส




Published with Blogger-droid v2.0.4

Saturday, June 9, 2012

งานสำคัญต้องติดตาม

สรุปกิจกรรมที่นักเรียนต้องทำส่ง


           1. แฟ้มสะสมผลงานที่สมบูรณ มีใบปะหน้าและประวัติส่วนตัว (มีงานในแฟ้ม 1 ชิ้นงาน) กำหนดส่งไปแล้ววันพฤหัส มีหลายคนส่งแล้ว ได้คะแนนเต็มแล้ว คนที่ยังไม่ส่งคงต้องมาส่งวันจันทร์นี้ด่วนที่สุด

          2.การสอบหลักภาษาไทยจะเริ่มในวันอังคารที่ 12 มิถุนายน นี้ ข้อสอบมีจำนวน 30 ข้อ เป็นแบบเลือกตอบ ออกเฉพาะเรื่อง คำนาม เท่านั้น
          3. นักเรียน ป.6 ทั้งสองห้อง 6/4 และ 6/5 ควรเตรียมการเรื่อง  การแสดงละครวันสุนทรภู่ ได้แล้ว








Wednesday, June 6, 2012

การบ้าน....วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๕



ตัวอย่าง...  ชิ้นงานที่ 2     การเขียนประกาศ


-  ของครูเป็นเพียง  ตัวอย่าง  เท่านั้น

-  นักเรียนสามารถ  ใส่ข้อความ  และข้อคิดเห็นอื่นๆ  ที่จะสามารถเชิญชวนให้ผู้อ่านสนใจ  และอยากเข้าร่วมกิจกรรมชมรมกับเราได้ตามความต้องการของตนเอง

-  ห้ามใช้ของครู  เป็นกรอบจำกัดความคิดของตนเองนะคะ

ปล...งานชิ้นนี้  ส่งภายในวันจันทร์  ที่  ๑๑  มิถุนายน  ๒๕๕๕

>>>   นักเรียนสามารถ  ส่งงาน   ครูได้ที่ห้องพักครู  ตึก  ๒  ชั้น  ๑  (ห้องพัก อ.น้ำอ้อย)




ตัวอย่าง การใช้วรรณศิลป์ ของบทแห่ชมปลา



ตัวอย่าง  :  ปลาคางเบือน

ข้อตกลงการทำงาน



สรุปเนื้อหา "ชมรมคนรักวรรณคดี"


บทที่ ๑
ชมรมคนรักวรรณคดี
ชาลีคิดถึงผมแกละในโลกของวรรณคดีดอตคอม  เขาจึงเขียนจดหมายหาผมแกละ และเล่าว่าเขาจินตนาการว่าตนเองกำลังท่องอยู่ในสวนแห่งวรรณคดี ได้ยินเสียงอ่านบทกวีเป็นท่วงทำนองเสนาะ  และมีภาพตัวละครผุดขึ้นในความคิด
เมื่อเขาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๖  ชาลีได้อ่านหนังสือมากขึ้นโดยใช้ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้  และค้นพบความจริงว่าหนังสือวรรณคดีมีความน่าสนใจ  มีเนื้อหาที่สนุกสนาน  ได้เห็นตัวอย่างของการใช้ภาษาและมีคติข้อคิดที่ดี
ชาลีคิดคิดที่จะก่อตั้งชมชมรมคนรักวรรณคดี  โดยมีมะปรางเป็นคนตั้งชื่อชมรมให้และทำหน้าที่เป็นเลขานุการ  ส่วนชาลีเป็นประธานชมรม  ทั้งสองคนได้ไปเชิญคุณครูจันทร์ฉายให้มาเป็นที่ปรึกษาของชมรมคนรักวรรณคดี 
ชาลีและมะปรางได้ทำประกาศเชิญชวนไปติดไว้ที่โรงเรียน  โดยมีสมาชิกกลุ่มแรกที่มาสมัคร  ๙  คน ทั้งหมดอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖  กิจกรรมแรกที่คิดจะดำเนินการ  คือ  “ช่วยกันอ่าน  วานมาฟัง”

ความรู้เพิ่มเติม

วรรณคดี   มีความหมายว่า   หนังสือที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดีมีวรรณกรรมศิลป์ กล่าวคือ มีลักษณะเด่นในการใช้ถ้อยคำภาษา  และเด่นในการประพันธ์ ให้คุณค่าทางอารมณ์และความรู้สึกแก่ผู้อ่าน สามารถใช้เป็นแบบฉบับอ้างอิงได้
หนังสือที่ยอมรับว่าเป็นวรรณคดี  ได้แก่ หนังสือรุ่นเก่าซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าแม้เวลาจะล่วงเลยไปเป็นร้อยๆ ปี ก็ยังมีคุณค่า สามารถชี้ลักษณะเด่นได้ เช่น บทเสภาเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน  ลิลิตพระลอ  บทแห่ชมปลา  เป็นต้น
ข้อสำคัญเป็นหนังสือที่เหมาะแก่คนอ่านทุกวัย ยิ่งคนอ่านมีประสบการณ์มากก็ยิ่งได้รับอรรถรสเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้เขียนแต่งขึ้นอย่างประณีตและกลั่นกรองเรื่องราวมาจากประสบการณ์ของชีวิต

ขอเพิ่มสรุปในสไตล์ของผู้เขียน

1. มีหลายจุดในหนังสือที่เราควรอ่านและคิดวิเคราะห์ให้ออก เช่นในตอนที่ชาลีพูดถึงการให้อาหารปลาที่บ้านของมะปราง จะสะท้อนให้เห็นว่า ชาลีกำลังพูดถึงหรือหมายถึง "บทเห่ชมปลา" ของเจ้าฟ้ากุ้ง
2. การประกาศ หาสมาชิกชมรม ในที่นี้ เราต้องการสื่อถึง กิจกรรมการประกาศ โฆษณา นำหลักการเขียนประกาศ มาศึกษาดู ว่ามีองค์ประกอบอะไร ประกาศมีกี่ชนิด 
ถ้าจะอ่านกันลึกๆ ก็มีกิจกรรมการประกาศ หรือประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ อยู่ 2 แบบคือ ที่ชาลีไปติดประกาศ และที่ครูจันทร์ฉายประชาสัมพันธ์หน้าแถว อ่านไปเรื่อยๆ จะพบ ในบทที่ 3 เช่นกัน
3. ถ้าอ่านตรงที่เปิดเรื่อง จะพบว่า ชาลี กำลังถูกทิ้ง โดยผมแกละ ในเหตุผลที่ต้องการให้ชาลีเป็นผู้ใหญ่รู้จักช่วยตนเอง (น่าจะไปคล้ายๆ กับเรื่องโดเรเอมอน ตอนที่ต้องทิ้งให้โนบิตะ อยู่คนเดียว) จากนั้นก็จะเริ่มพูดถึงพฤติกรรมของตนเองที่เปลี่ยนไป เรียนมากขึ้น ไป ห้องสมุดอ่านวรรณคดีและเล่นเกมคอมพิวเตอร์ น้อยลง  
บทที่ 1  นี่ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น ของการสื่อสารเรื่องวรรณคดี กันเลย โดยเล่าผ่านตัวละคร ที่กำหนดไว้ในหนังสือ ที่เป็นสมาชิกในชมรมรักวรรณคดี ที่ให้มาเล่าเรื่องวรรณคดี คนละเรื่อง ในบทต่อ ๆ ไป😅

ลักษณะเด่นของวรรณคดีไทย จำแนกเป็นข้อๆ ได้ ดังนี้
.  นิยมด้วยคำประพันธ์ร้อยกรองมากกว่าร้อยแก้ว 
. เน้นความประณีตของคำและสำนวนโวหาร ภาษาที่ใช้ในวรรณคดีไม่เหมือนภาษาพูดทั่วไป คือ เป็นภาษาที่มีการเลือกใช้ถ้อยคำตกแต่งถ้อยคำให้หรูหรา มีการสร้างคำที่มีความหมายอย่างเดียวกันที่เรียกว่า คำไวพจน์ โดยใช้รูปศัพท์ต่างๆ กัน เพื่อมิให้เกิดความเบื่อหน่ายจำเจ เช่น
ใช้คำว่า ปักษา ปักษี สกุณา สกุณี แทนคำว่า นก
          ๓.  เน้นการแสดงความรู้สึกที่สะเทือนอารมณ์จาการรำพันความรู้สึก ตัวละครในเรื่องจะรำพันความรู้สึกต่างๆ เช่น รัก เศร้า โกรธ ฯลฯ 
          ๔. วรรณคดีไทยมีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับชนชั้นสูงมากกว่าคนสามัญ ตัวละครเอกมักเป็นกษัตริย์และชนชั้นสูง คุณสมบัติสำคัญของตัวเอกจะเน้นที่บุญญาธิการซึ่งเป็นผลมาจาก "บารมี" ที่ได้ทำไว้ทั้งในชาตินี้และชาติก่อน (อดีตชาติ) การที่เป็นดังนี้เนื่องจากในอดีตสถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์รวมแห่งอำนาจวัฒนธรรมและความอยู่รอดของชาติบ้านเมืองจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับกษัตริย์เป็นสำคัญ
          ๕. แนวคิดสำคัญที่พบในวรรณคดีไทยโดยทั่วไปเป็นแนวคิดแบบพุทธปรัชญาง่ายๆ เช่น แนวคิดเรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แนวคิดเรื่องความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง (อนิจจัง) แนวคิดเรื่อง ความกตัญญู แนวคิดเรื่องความจงรักภักดี แนวคิดเรื่องความรักและการพลัดพราก เป็นต้น
ตัวละครเด่น  คือ  ตัวละครที่มีการกล่าวถึงเป็นตัวหลักสำคัญ   หรือทำหน้าที่เป็นตัวดำเนินเรื่องตัวหลักๆ 
ตัวละครประกอบ  คือ  ตัวละครที่เข้ามามีส่วนประกอบที่ช่วยเสริมบทบาทของตัวละครหลัก  ที่ทำให้เรื่องดำเนินไปได้  และสร้างความสมบูรณ์ที่สมจริงมากขึ้น

Saturday, June 2, 2012

คำนาม

          ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เรียนหลักภาษาไทย กันในเรื่องของคำไทยทั้ง 7 ชนิดและได้เรียน เรื่องคำนาม       ทั้งนี้นักเรียนทุกคนได้ทำการจดบันทึกตามครูบนกระดาน และมีการนำคำสอนของครู มาสรุปเป็นความรู้เพิ่มเติมในส่วนเสริมของความเข้าใจ(เป็นหลักการของครูที่นักเรียนต้องฝึกจดบันทึกสื่งที่พูด และสรุปเป็นองค์ความรู้ที่ควรจะรู้ให้ได้) ครั้งนี้ครูได้ตรวจสอบสมุดบันทีกของนักเรียนทุกคน  เห็นว่าหลายคนเข้าใจ และหวังว่าคนที่การบันทึกน้อยๆ หรือไม่บันทึกอะไรเพิ่มเติมเลยจะพยามมากขึ้น  นักเรียนอาจเขียนขึ้นมาหลังจากเรียนแล้วหรือไปค้นคว้า และนำมาเขียนเพิ่ม  เป็นการทบทวนบทเรียนได้

        ในการนี้ครูได้นำบทสรุปเรื่องคำนาม ที่อาจารย์ประจักษ์ได้ลงไว้ ของปีที่แล้วมาลงให้นักเรียนอ่านและสรุปเพิ่มเติมในสมุดบันทึก ดังนี้