Monday, June 13, 2011

ตารางชิ้นงาน วิชาภาษาไทย ป.๖

ตารางชิ้นงาน วิชาภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๖

ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑   ชนิดและหน้าที่ของคำในภาษาไทย

๑ ใบงาน “ภาษาไทยนั้นสำคัญอย่างไร” (๑๐ คะแนน) อ่านเรื่องแล้วตอบคำถามลงในใบงาน

๒ ใบงาน “การเลือกหนังสือ” (๑๐ คะแนน) เลือกหนังสือที่สนใจ ๑ เล่ม แล้วระบุรายละเอียดตามที่ใบงานกำหนด ดูจากเว็ปไซต์อาจารย์ระพิน (teacherrapin)

๓ ใบงาน บันทึกการอ่าน (๑๐ คะแนน) ให้นักเรียนอ่านหนังสือที่เลือกมา แล้วจดบันทึกราละเอียดตามที่ใบงานกำหนดดูจากเว็ปไซต์อาจารย์ระพิน (teacherrapin)

๔ ใบงาน “การอ่านในใจและจับใจความสำคัญ”  (๑๐ คะแนน) ให้นักเรียนเลือกอ่านนิทานแล้วสรุปใจความสำคัญลงในใบงาน

๕ ใบงาน”คำนามและคำสรรพนามนาม” (๑๐ คะแนน) ให้นักเรียนหาคำนามและคำสรรพนามที่มีอยู่ในบทความ ข้อความ เอกสาร ทำลงใส่กระดาษเอสี่

๖  ใบงาน”สาระจากสื่อ” (๕ คะแนน)    ให้นักเรียนเลือกดูรายการโทรทัศน์ที่มีความรู้ แล้วตอบคำถามลงในใบงาน
๗.ใบงาน”คำลักษณนาม” (๑๐ คะแนน) ทำคำลักษณนามประกอบภาพ ทำใส่กระดาษเอสี่ ในลักษณะของแผ่นพับ

๘ ใบงาน เรื่อง “คำกริยา” (๑๐ คะแนน )

๙ แบบฝึกหัดคำบุพบท  (๑๐ คะแนน)

๑๐ใบงาน เรื่อง “คำวิเศษณ์” (๑๐ คะแนน) ให้นักเรียนแต่งเรื่องสั้นหรือนิทานที่มีคำวิเศษณ์

๑๑ใบงาน เรื่อง “คำสันธาน” (๑๐ คะแนน) ให้นักเรียนฝึกการเขียนคำไทยเรื่องคำสันธาน

๑๒ใบงาน เรื่อง “คำอุทาน” (๑๐ คะแนน )

๑๓แบบทดสอบคำไทยทั้ง ๗ ชนิด  (๑๐ คะแนน )





ตารางชิ้นงานเทอม 1/2554

Wednesday, June 8, 2011

งานพิเศษ ...ละครวันสุนทรภู่ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖/๕...

ละครวันสุนทรภู่ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖/๕

ชื่อการแสดง “วิพิธทัศนา...จากสุภาษิตคำสอนสู่บทละครแบบเรียน...”

ตอน “สวัสดิรักษาและกาพย์พระไชยสุริยา”



อำนวยการแสดงโดย

๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ระพิน ชูชื่น


๒. อาจารย์สุกานดา คงสมรส

ผู้ฝึกซ้อม


๑. อาจารย์ประจักษ์ น้อยเหนื่อย


๒. อาจารย์จรสพร ปัสสาคำ


รูปแบบการแสดง


ตอนที่ ๑


เปิดเรื่องด้วยสุภาษิตสวัสดิรักษา : ระบำสวัสดิรักษานักรบ


ตอนที่ ๒
แสดงละครเรื่องพระไชยสุริยา
 เนื้อเรื่องย่อ...        พระไชยสุริยาเป็นเรื่องราวของพระไชยสุริยากษัตริย์ครองเมืองด้วยความสงบเรียบร้อยมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งมีน้ำท่วมจนบ้านเมืองล่มสลายไป พระไชยสุริยาพร้อมกับนางสุมาลีพระมเหสีและนางกำนัลหนีลงเรือ แต่ก็ถูกพายุพัดจนเรือแตก คลื่นซัดพระไชยสุริยากับพระนางสุมาลีเข้าฝั่ง ทั้งสองต้องเดินทางอยู่กลางป่าจนพบกับฤาษีตนหนึ่ง ฤาษีได้บอกถึงสาเหตุที่ทำให้บ้านเมืองพังพินาศว่า ด้วยข้าราชสำนักทั้งหลายประพฤติชั่ว รับสินบนไม่รักษาความยุติธรรม ฟ้าดินจึงลงโทษให้ได้รับความเดือดร้อน ฤาษีได้แนะนำให้พระไชยสุริยา และพระนางสุมาลีรักษาศีลปฏิบัติธรรม ต่อมาทั้งสองพระองค์ได้ออกบวชและบำเพ็ญธรรมจนสิ้นพระชนม์ชีพ




Monday, June 6, 2011

ข้อตกลงในการเขียนใบงาน

ข้อตกลงในการเขียนใบงาน



๑. ในการพิมพ์เพื่อตอบคำถาม ให้ใช้ตัวอักษรขนาด Angsana ๑๖ เท่านั้น ( แต่ในกรณีที่ใช้ตัวอักษรฟ้อนอื่น ให้นักเรียนเทียบเคียงให้มีขนาดเท่ากับหรือใกล้เคียงกับ Angsana ๑๖)
๒. ในการพิมพ์หัวข้อ ให้ใช้ตัวอักษรขนาด Angsana ๒๐ เท่านั้น
๓. รายละเอียดเกี่ยวกับการเขียนชื่อ-นามสกุลและชิ้นงาน ให้นักเรียนเขียนดังนี้




ข้อตกลงในการส่งชิ้นงานและการส่งเพื่อปรับปรุงคะแนน


การส่งชิ้นงาน ครั้งที่ ๑

๑. ให้นักเรียนส่งชิ้นงานที่ครูประจำวิชาสั่งภายใน ๓ วัน นับจากวันที่ครูประจำวิชาสั่ง
๒. การส่งชิ้นงานนั้น ให้นักเรียนส่งภายในชั่วโมงเรียนหรือส่งที่ห้องพักครูไม่เกินเวลา ๑๖.๓๐ น. ของทุกวัน
๓. ก่อนจะส่งชิ้นงาน ให้นักเรียนส่งชิ้นงานไปที่หัวหน้ากลุ่มก่อนแล้วให้หัวหน้ากลุ่มลงชื่อที่มุมด้านล่างซ้ายมือ พร้อมกับลงวันที่ที่นำมาส่ง ดังตัวอย่างการส่งชิ้นงานเพื่อปรับปรุงคะแนน


ในกรณีที่นักเรียนยังไม่พอใจกับคะแนนที่ได้ นักเรียนสามารถส่งชิ้นงานได้ใหม่เพื่อปรับปรุงคะแนน โดยมีหลักในการส่งดังนี้

๑. ให้นักเรียนส่งชิ้นงานเพื่อปรับปรุงคะแนนได้มาเกิน ๑ สัปดาห์หลังจากที่ส่งชิ้นงานงานครั้งที่ ๑ (๗ วัน)
๒. เมื่อนักเรียนส่งชิ้นงานเพื่อปรับปรุงคะแนน ให้เขียนชิ้นงานไว้ที่มุมบนขวามือดังนี้ดังนี้




Monday, May 30, 2011

ขอแสดงความยินดีกับคนเก่งของเรา พี่นก ทศชภรณ์ สงวนรัตน์ รางวัลชนะเลิศอันดับที่2

คนเก่งของเรา ได้รับรางวัลการประกวดเขียนเรียงความเรื่องสิ่งแวดล้อม ของสำนักงานสิ่งแวดล้อม
ชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้รับเงินรางวัล 2000 บาท และ เกียรติบัตร ผลงานที่พี่นกเขียนไว้ มีดังนี้คะ

;

Saturday, May 28, 2011

จำนวนรูปสระ

สืบเนื่องจากมีคำถามว่า รูปสระ และเสียงสระ มีกี่รูป กี่เสียง เพราะในตำราบางเล่ม ก็ยังเป็นข้อมูลเดิม จึงขอแจงตามการรับรู้จาก การสืบค้น และได้พูดคุยมาดังนี้

1) ประเด็นจำนวนรูปสระ
           ส่วนใหญ่จะเคยเรียนกันมาว่า สระของภาษาไทยมีรูปสระจำนวน 21 รูป  พิจารณาให้ดีและคำนึงถึงข้อเท็จจริงตามความรับรู้ของผู้เรียนภาษาไทย จะพบว่า รูปสระในภาษาไทยมีจำนวนมากถึง 37 รูป
ตามตำราหลักภาษาไทยดั้งเดิม อธิบายว่า สระในภาษาไทยมี 21 รูป เช่น วิสรรชนีย์ ลากข้าง พินทุ์อิ ฝนทอง ฟันหนู ฯลฯ วิธีพิจารณาจำนวนรูปสระแบบเดิมนี้ สร้างความยุ่งยากและไม่สอดคล้องกับการรับรู้ของผู้เรียน เช่น อธิบายว่า รูปสระเอีย (เ -ี ย) เป็นรูปสระ 4 รูปประกอบกัน คือ 1. ไม้หน้า (เ-) 2. พินธุ์อิ ( -ิ ) 3. ฝนทอง ( -่ ) 4. ตัว -ย คำอธิบายเช่นนี้นับว่ายุ่งยาก
ควรสังเกตว่า เมื่อเรียนคำว่า เสีย ก็เรียนกันแต่เพียงว่า ส เสือ ประสมกับสระ เ -ี ย ไม่ใช่ ส เสือ ประสมกับ ไม้หน้า (เ-) พินธุ์อิ ( -ิ ) ฝนทอง ( -่ ) ตัว -ย
คณะผู้จัดทำหนังสืออุเทศภาษาไทยเห็นความยุ่งยากดังกล่าว จึงพิจารณาตามจริงว่า เ -ี ย เป็นรูปสระเพียงรูปเดียว แทนเสียงสระเอีย แตกต่างกับรูป เ- ซึ่งแทนเสียงสระเอ แตกต่างกับรูป -ี ซึ่งแทนเสียงสระอี และแตกต่างกับรูปสระอืที่ไม่มีตัวสะกด คือ สระอืแบบมีตัว อ เคียง ( -ือ ) เช่นคำว่า คือ ลือ มือ และรูปสระอืที่ไม่มีตัวสะกด คือ สระอือแบบไม่มี อ เคียง ( -ือ ) เช่นคำว่า คืบ ลืม มืด รวมทั้งแตกต่างกับรูปสระอื่นๆ อีกหลายรูป
หากพิจารณาว่า เ -ี ย เป็นรูปสระที่ 1 แทนเสียงสระ เอีย

เ- เป็นรูปสระที่ 2 แทนเสียงสระ เอ

-ี เป็นรูปสระที่ 3 แทนเสียงสระ อี

-ือ เป็นรูปสระที่ 4 แทนเสียงสระ อื แบบไม่มีตัวสะกด

-ื เป็นรูปสระที่ 5 แทนเสียงสระ อื แบบมีตัวสะกด
และเมื่อใช้วิธีแบบเดียวกันนี้นับไปเรื่อยๆ จะพบข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สระในภาษาไทยมีรูปที่แตกต่างกันจำนวน 37 รูป ที่สำคัญหนังสืออุเทศภาษาไทย เล่ม 1 มีเจตนาเพียงแสดงให้เห็นข้อเท็จจริงนี้ มิได้มีเจตนาให้ครูสอนให้นักเรียนท่องจำว่า รูปสระในภาษาไทยมี 37 รูป และทั้ง 37 รูปมีอะไรบ้าง

2) ประเด็นเสียงสระเอียะ-สระเอีย, สระเอือะ-สระเอือ, สระอัวะ-สระอัว
ประเด็นนี้ไม่ใช่ประเด็นใหม่ที่หนังสืออุเทศภาษาไทยนำเสนอ แต่เป็นประเด็นที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอครั้งแรกในหนังสือแบบเรียนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ที่ 6 นานเกือบ 30 ปีมาแล้ว ในหนังสือแบบเรียนภาษาไทยชุด ภาษาพิจารณ์ เล่ม 1 ท 605 ซึ่งใช้มาตั้งแต่หลักสูตรปี พ.ศ. 2524 คณะกรรมการที่จัดทำหนังสือแบบเรียนชุดนี้ไม่มีผู้ใดเป็นคณะกรรมการจัดทำหนังสืออุเทศภาษาไทย แต่นักวิชาการทั้ง 2 กลุ่มต่างก็เห็นสอดคล้องกันว่า อาจนับว่าภาษาไทยมีเสียงสระเพียง 21 เสียงได้ ไม่นับเสียงสระเอียะ สระเอือะ และสระอัวะ แม้นักเรียนที่เริ่มเรียนภาษาไทยเป็นครั้งแรกจะท่องจำกันมาว่า สระเอียะ-สระเอีย, สระเอือะ-สระเอือ, สระอัวะ-สระอัว เป็นสระที่แตกต่างกัน 6 สระก็ตาม
              เหตุผลที่พิจารณาให้สระประสมในภาษาไทยมีเพียง 3 เสียง คือมีแต่สระเอีย สระเอือ สระอัว ไม่นับสระเอียะ สระเอือะ สระอัวะ มีดังนี้

           2.1 คำในภาษาไทยจำนวนมาก บางคนอาจออกเป็นเสียงสระเอียะ สระเอือะ สระอัวะ ในขณะที่บางคนกลับออกเป็นเสียงสระเอีย สระเอือ สระอัว เช่นคำว่า เรียง บางคนอาจออกเป็นเสียงสระเอียะ บางคนอาจออกเป็นเสียงสระเอีย คำว่า เดือน บางคนอาจออกเป็นเสียงสระเอือะ บางคนอาจออกเป็นเสียงสระเอือ คำว่า ดวง บางคนอาจออกเป็นเสียงสระอัวะ แต่บางคนอาจออกเป็นเสียงสระอัว สุดแท้แต่จะออกโดยใช้เวลาสั้นๆ เป็นสระเสียงสั้น หรือออกโดยใช้เวลานานขึ้น เป็นสระเสียงยาว

           2.2 เมื่อพิจารณาคำที่มีตัวสะกดและอยู่ในชุดผันวรรณยุกต์เอก วรรณยุกต์โท ประกอบด้วย จะเห็นได้ชัดว่า แม้ว่าจะเขียนด้วยรูป เ -ี ย, เ -ื อ, -ั ว แต่บางคำก็ออกเสียงสระเป็นเสียงสั้นกว่าสระอื่นๆ ในชุดเดียวกัน คือออกเป็นเสียงสระเอียะ สระเอือะ หรืออัวะ ปนอยู่กับสระเอีย สระเอือ สระอัว ไม่สามารถหาคำในชุดเดียวกันที่ออกเป็นเสียงสระเอียะ สระเอือะ สระอัว ทั้งหมดได้ เช่น
เลียง-เลี่ยง-เลี้ยง ออกเสียงคำว่า เลี่ยง เป็นเสียงสั้น คือเสียงสระเอียะ ทั้งๆ ที่ใช้รูปเหมือนสระเอีย ในขณะที่ เลียง กับ เลี้ยง ออกเป็นเสียงสระเอีย ซึ่งเป็นสระเสียงยาว
เรือง-เรื่อง-เรื้อง ออกเสียงคำว่า เรื่อง เป็นเสียงสั้น คือเสียงสระเอือะ ทั้งๆ ที่ใช้รูปเหมือนสระเอือ ในขณะที่ เรือง กับ เรื้อง ออกเป็นเสียงสระเอือ ซึ่งเป็นสระเสียงยาว
หวง-ห่วง-ห้วง ออกเสียงคำว่า ห่วง เป็นเสียงสั้น คือเสียงสระอัวะ ทั้งๆ ที่ใช้รูปเหมือนสระอัว ในขณะที่ หวง กับ ห้วง ออกเป็นเสียงสระอัว ซึ่งเป็นสระเสียงยาว
         2.3 เป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด ในภาษาไทยไม่มีคำแม้แต่คำเดียวที่ใช้สระเอือะโดยไม่มีตัวสะกด ส่วนคำที่ใช้สระเอียะและสระอัวะโดยไม่มีตัวสะกด พบจำกัดอยู่เพียงคำไม่กี่คำ คำที่พบล้วนแต่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ว่าถ้าไม่เป็นคำยืมจากภาษาจีนแต้จิ๋วก็จะเป็นคำเลียนเสียงเท่านั้น ตามปรกติทั้งคำยืมและคำเลียนเสียงต่างก็เป็นคำที่มีลักษณะพิเศษ แตกต่างกับคำอื่นๆ ในระบบใหญ่ของภาษาซึ่งเป็นไปตามลักษณะทั่วไปและอธิบายได้ด้วยกฎทั่วไป เมื่อสรุปเป็นกฎทั่วไป จึงสรุปว่าภาษาไทยไม่มีเสียงสระเอียะ สระเอือะ และสระ อัวะ มีเพียงสระเอีย สระเอือ สระอัวเท่านั้น ถือว่า สระเอียะกับสระเอียเป็นเสียงเดียวกัน สระเอือะกับสระเอือเป็นเสียงเดียวกัน และสระอัวะกับสระอัวก็เป็นเสียงเดียวกัน ทางวิชาการถือว่า สระเอียะเป็นเสียงแปรของสระเอีย สระเอือะเป็นเสียงแปรของสระเอือ สระอัวะเป็นเสียงแปรของสระอัว
        3) ประเด็นสระ -า, ไ-, ใ-, เ-า
-า, ไ-, ใ-, เ-า นั้นเป็นเพียงรูปสระ ไม่ใช่เสียงสระ ไม่นับเข้าเป็นเสียงสระหรือหน่วยเสียงสระในภาษาไทยย่อมเป็นเรื่องถูกต้อง ที่กล่าวว่า -า, ไ-, ใ-, เ-า ไม่ใช่เสียงสระในภาษาไทย ทุกคนสามารถสังเกตได้ด้วยตนเองว่า

ก. คำที่ใช้รูป -า โดยทั่วไปออกเสียงเหมือนคำที่เขียนด้วยรูป -ัม คือเป็นเสียงสระอะ มีเสียง ม สะกด เช่น กำ-กัมมะ, รำ-รัมภา, สำ-สัมมนา แต่บางกรณีออกเสียงสระอา มีเสียง ม ม้าสะกดได้ เช่น น้ำ ออกเสียงเหมือน น้าม

ข. คำที่ใช้รูป ไ- และ ใ- โดยทั่วไปออกเสียงเหมือนคำที่เขียนด้วยรูป -ัย คือเป็นเสียงสระอะ มีเสียง ย สะกด เช่น ไช-ชัย, ไอ-อัยกา, ไห-ให้-หัย[1] แต่บางกรณีออกเสียงสระอา มีเสียง ย สะกดได้ เช่น ไหว้ ออกเสียงเหมือน ว่าย

ค. คำที่ใช้รูป เ-า โดยทั่วไปออกเป็นเสียงสระอะ มีเสียง ว สะกด เช่น เทา เกา เจ่า แต่บางกรณีออกเสียงเหมือนคำที่เขียนด้วยรูป -าว คือเป็นสระอา มีเสียง ว สะกดได้ เช่น เท้า ออกเสียงเหมือน ท้าว, เก้า ออกเสียงเหมือน เก้า, เจ้า ออกเสียงเหมือน จ้าว

สรุปว่า -า, ไ-, ใ-, เ-า เป็นเพียงรูปสระ ไม่ใช่เสียงสระนับว่าสอดคล้องกับข้อเท็จจริงเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ตำราหลักภาษาไทยของพระยาอุปกิตศิลปสารก็กล่าวว่า เสียงแท้จริงของสระ -า, ไ-, ใ-, เ-า เป็นเสียงสระอะ

4) ประเด็นภาษาศาสตร์กับหลักภาษา
ภาษาศาสตร์คือศาสตร์แห่งการเรียนรู้ภาษา เป็นศาสตร์ที่สังเกตและศึกษาปรากฏการณ์ของภาษาแล้วอธิบายตามปรากฏการณ์จริงที่สังเกตได้ วิธีการศึกษาจึงเป็นวิธีการเดียวกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ วิธีศึกษาภาษาแบบเดียวกันนี้เจริญขึ้นในอินเดียโบราณก่อนชาติตะวันตก และตะวันตกก็ได้อิทธิพลมาและนำมาพัฒนาต่อจนแพร่หลาย ตำราภาษาไทยโบราณบางเล่มก็มีเนื้อหาที่สอดคล้องกับหลักการทางภาษาศาสตร์อยู่ไม่น้อยแม้จะเขียนขึ้นในขณะที่วิชาภาษาศาสตร์ยังไม่เจริญหรือยังไม่แพร่หลายก็ตาม เช่น ตำราจินดามณีฉบับพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ตำราหลักภาษาไทยของพระยาอุปกิตศิลปสาร

หนังสืออุเทศภาษาไทย ชุดบรรทัดฐานภาษาไทย เป็นหนังสือที่หน่วยงานที่จัดทำหวังให้เป็นหนังสืออ้างอิงและขยายพรมแดนความรู้ของครูภาษาไทย คณะผู้จัดทำหนังสือประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิมากมาย เช่น ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตสาขาภาษาไทย ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วิจินตน์ ภาณุพงศ์ อดีตอาจารย์ภาควิชาภาษาไทยและผู้ก่อตั้งภาควิชาภาษาศาสตร์แห่งแรกในประเทศไทย ศาตราจารย์กิตติคุณปรีชา ช้างขวัญยืน ราชบัณฑิตและอดีตประธานสภาวิจัยแห่งชาติ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ เมธีวิจัยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงอื่นอีกหลายท่าน ทั้งจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เนื้อหาในหนังสืออุเทศภาษาไทยชุดบรรทัดฐานภาษาไทยนั้น หลายหัวข้อผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้ได้ถกเถียงและอภิปรายกันเป็นเวลานานจนได้ข้อสรุปร่วม ได้ร่าง ปรับ และแก้ไขและขัดเกลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ได้เนื้อหาที่ถูกต้อง สอดคล้องกับลักษณะและธรรมชาติที่แท้จริงของภาษาไทย และไม่ให้ยากเกินกว่าที่ครูจะศึกษาด้วยตนเอง
ลักษณะและกฎเกณฑ์ต่างๆ ของภาษาไทยที่อธิบายไว้ในหนังสืออุเทศภาษาไทย ล้วนแต่อธิบายภาษาไทย “ตามที่เป็นจริง” ด้วยกรอบความคิดที่ชัดเจน เป็นเหตุเป็นผล หลีกเลี่ยงการกำหนดหลักเกณฑ์ของภาษาไทยขึ้นตามอำเภอใจ และกำหนดหลักเกณฑ์ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

การนับสระเอือะ เป็นเสียงสระของภาษาไทย ทั้งๆ ไม่พบว่ามีคำใดในภาษาไทยใช้สระเสียงนี้ หรือนับว่า -า, ไ-, ใ-, เ-า เป็นเสียงสระต่างหาก 4 เสียง ทั้งๆ ที่คำทั้งหมดที่ใช้รูปสระ -า, ไ-, ใ-, เ-า จะออกเป็นเสียงสระอะ หรือบางกรณีเป็นเสียงสระอา จัดว่าเป็นการอธิบายลักษณะของภาษาไทยที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของภาษาไทย

การอธิบายภาษาไทยด้วยกรอบความคิดที่เป็นระบบและคำนึงถึงลักษณะที่แท้จริงของภาษาไทยให้มากที่สุด จึงไม่ใช่การจับทฤษฎีของตะวันตกเข้ามาใส่ในภาษาไทยอย่างโดยไม่พิจารณาด้วยแต่อย่างใด


อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล
อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กรรมการฝ่ายวิชาการสมาคมครูภาษาไทยแห่งประเทศไทย
กรรมการผู้เรียบเรียงและกรรมการบรรณาธิการหนังสืออุเทศภาษาไทย

Tuesday, March 8, 2011

คะแนน 35 ของเทอม 2

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/4 และ 6/5
ครูได้นำคะแนนภาคปฎิบัติ 35 คะแนน ของเทอม 2 มาให้นักเรียนดู และถ้าใครคิดว่า
ตนเองหลงลืมงาน หรือการบ้านอะไร ที่ค้าง ก็ขอให้ติดต่อมา ภายในวันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2554
เพราะครูจะตัดเกรด ของนักเรียนในสัปดาห์นี้ หลังจากนี้จะไม่มีการแก้ไข ใดๆ ทั้งสิ้น

ชื่อ                                                          ใบงาน ครั้งที่1 ครั้งที่2 แฟ้ม สมุด    ดาว       รวม   เต็ม
                                                                220    40            40     20     20       10         350    35


เด็กชายกร คุณาภิรักษ์สกุล                    97.36 22.5 28 10 15 10 182.86 18
เด็กชายกองทัพ อรุณรักษ์วิลาส            139.45 24 34 10 15 10 232.45 23
เด็กชายเฉลิมพงศ์ ภิญโญยิ่ง                 175.23 23 29 18 15 10 270.23 27
เด็กชายชยากร ศรีวิสุทธิ์                        95.14 18 19 11 11 10 164.14 16
เด็กชายชานนท์ สินสมบูรณ์ชัย             120.86 25 30 11 16 10 212.86 21
เด็กชายซัมโบดิ เปรม เบอร์ตัน              87.76 24 33 15 10 10 179.76 17
เด็กชายณัฎฐ์ทร รังษีสาคร                    55.79 24 31 9 10 10 139.79 13
เด็กชายณัฐพล ศรีกฤษดารมณ์             55.96 14 21 12 10 10 122.96 12
เด็กชายณัฐภัทร แสงสำราญ                 72.91 15.5 32 10 16 10 156.41 15
เด็กชายธีรกิตติ์ เจริญชัยพงศ์                169.48 23 28 17 15 10 262.48 26
เด็กชายปวีร์ หลายเจริญโชคชัย            126.4 30.5 31 16 13 10 226.9 22
เด็กชายปิ่นมุข พงษ์พจน์พิพัฒน์           120.68 23 32 13 13 10 211.68 21
เด็กชายภวัต ตันวงศ์วาล                       178.51 23 35 17 17 10 280.51 28
เด็กชายรัญชน์ รัตนอัมพรโสภณ           194.63 23 29 19 10 10 285.63 28
เด็กชายสาริษฐ์ บำเพ็ญแพทย์              80.19 17 16 13 11 10 147.19 14
เด็กชายโสภณ โพธิรัชต์                       201.13 27 33 20 15 10 306.13 30
เด็กหญิงกานต์ธิดา คงนิวัฒน์ศิริ          147.52 17 30 16 16 10 236.52 23
เด็กหญิงกิตติมา ทวีมั่นพุทธกาล         143.17 24 26 15 14 10 232.17 23
เด็กหญิงจิดาภา สุพลขันธ์                   204.89 22 35 19 13.5 10 304.39 30
เด็กหญิงจิราภา ศักดิ์สุนทรศิริ             192.67 21 37 18 10 10 288.67 28
เด็กหญิงชญานิน ชุณหวรากรณ์          198.37 25 34 20 17 10 304.37 30
เด็กหญิงชนกนันท์ แจงบำรุง              161.78 22 30 19 14 10 256.78 25
เด็กหญิงชนิษฐา ไกรขจรกิตติ           184.16 23 34 19 18 10 288.16 28
เด็กหญิงญาดา บ้งพิมพ์                     204.29 19 37 19 20 10 309.29 30
เด็กหญิงนทีกานต์ ปัญญาดี               184.29 21 35 17.5 15 10 282.79 28
เด็กหญิงนภัสสรา ทองกรณ์               201.17 25 35 19 13 10 303.17 30
เด็กหญิงปรินทร วัลลานนท์               168.75 27 36 18.5 14 10 274.25 27
เด็กหญิงพรธีรา สุเมธาธิกุล               177.59 22 33 17 13 10 272.59 27
เด็กหญิงพุทธิตา นุพาสันต์                188.58 24 32 19 20 10 293.58 29
เด็กหญิงลลิตา ทองเอี่ยม                  174.85 27.5 36 17 10 10 275.35 27
เด็กหญิงวริษา จรูญโรจน์                   191.52 30 36 17.5 15 10 300.02 30
เด็กหญิงหทัยชนก                              150.83 21 34 18 13 10 246.83 24
เด็กหญิงสายอากาศ ไตรยปักษ์         172.81 28 36 17 10 10 273.81 27
ห้อง 6/5

ชื่อ ใบงาน ครั้งที่1 ครั้งที่2 แฟ้ม สมุด    ดาว        รวม            เต็ม
        220       40       40      20      20      10           350            35


เด็กชายกฤตภาส กาญจนอุทัยศิริ 150.12 22 34 10 10 10 236.12 23


เด็กชายกิตติพศ วิชาชาญ 159.82 24 35 10 10 10 248.82 24

เด็กชายเจษฎา จันทร์แดง 191.27 27 33 18 15 10 294.27 29

เด็กชายเตชิต ซื่อตรงประเสริฐ 142.26 23 32 10 13.5 10 230.76 23

เด็กชายนนทกร สุขพร้อม 176.24 23 27 9 10 10 255.24 25

เด็กชายนนทพัทธ์ ไชนวรัตน์ 162.48 24 35 13 15 10 259.48 25

เด็กชายนพนนท์ เจริญศรี 162.33 23 33 13 10 10 251.33 25

เด็กชายนพรุจ ใจขาน 184.49 29 36 16.5 10 10 285.99 28

เด็กชายนราธิป อรุณเวสสะศรษฐ 101.61 9 28 6 10 10 164.61 16

เด็กชายพีรดนย์ สิงห์ลพ 165.5 25 33 13 13.5 10 260 26

เด็กชายรัชชานนท์ สุนทโรทก 117.82 22 35 10 10 10 204.82 20

เด็กชายศุภชัย มะกรูดอินทร์ 133.38 13 31 12 12.5 10 211.88 21

เด็กชายสรสิช พิมพ์สกุล 120.73 25 33 17 10 10 215.73 21

เด็กชายสิรดนัย ศิริตันหนึง 186.45 27 33 20 15 10 291.45 29

เด็กหญิงกมลชนก บุณยทรัพยากร 192.54 32 34 14 15 10 297.54 29

เด็กหญิงกมลชนก ประมวลรัตน์ 159.12 28 31 10 12 10 250.12 24

เด็กหญิงชญานิศ รักษาเวศ 165.76 27 35 18 10 10 265.76 26

เด็กหญิงชนัดดา โลหิตชาติ 175.28 22 30 18 15 10 270.28 27

เด็กหญิงชนิสรา ประเทืองโภคเจริญ 178.7 23.5 34 17 16 10 279.2 27

เด็กหญิงณัฐธิดา จรูญเจริญโชค 181.13 25 35 17 13 10 281.13 28

เด็กหญิงณัฐพร สายสมร 198.33 23 37 19 19 10 306.33 30

เด็กหญิงณิชาลักษณ์ คำทรัพย์ 204.18 32 37 20 14.5 10 317.68 31

เด็กหญิงทศชภรณ์ สงวนรัตน์ 217.64 30 35 19 14.5 10 326.14 32

เด็กหญิงธมนวรรณ อยู่สุขี       22 35 10 10 10 ( งานยังส่งไม่ครบ)

เด็กหญิงธีรา ขนิษฐานันท์ 192.69 25 36 19 13 10 295.69 29

เด็กหญิงพงษ์สุภา สินค้างาม 152.03 23 35 10 10 10 240.03 24

เด็กหญิงพัชรภรณ์ โพธิ์สว่าง 189.43 23 35 17 13 10 287.43 28

เด็กหญิงวริษฐา เลิศฤทธิ์มหาชัย 196.15 25 31 20 15 10 297.15 29

เด็กหญิงวิสสุตา ล้อมวลีรักษ์ 189.83 30 31 20 20 10 300.83 30

เด็กหญิงศุภนิดา จินตรัตนวงศ์ 195.4 24 36 19 15 10 299.4 29

เด็กหญิงอาเทตยา มณีวงษ์ 194.51 26 35 17.5 14 10 297.01 29

เด็กหญิงนลิน จินตนาเลิศ 197.63 23 36 18 15 10 299.63 29